ต้องให้เวลา

            การมาของอูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มชาวสเปนทำให้อะไรในทีมเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี รวมถึงบรรยากาศภายในทีมด้วย ที่เวลามีภาพการฝึกซ้อมออกมาทางโลกโซเชี่ยลจะเห็นได้ว่านักเตะทุกคนดูยิ้มแย้ม และมีความสุขในการเรียกความฟิต และเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดขึ้น รวมถึงฟอร์มอุ่นเครื่องของทีมก่อนหน้านี้ก็ถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว โดยเฉพาะนัดที่ถล่มปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นทีมสำรองยกชุดก็ตาม แต่ถือว่าทรงเกมในวันนั้นของพวกเขาทำได้ดีมากทีเดียว

แต่พอมาถึงเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่ต้องเจอกับของที่แข็งขึ้นอย่างเชลซี ที่ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่เหมือนกันก็ตาม แต่ในช่วงแรกของเกมจะเห็นได้เลยว่าเชลซีทำได้ดีกว่ามาก และลองคิดเล่นๆ หากว่าเขาใช้นักเตะที่มีคุณภาพมากกว่านั้น หรือการจบสกอร์ในวันนั้นทำได้ดีกว่านี้ อาร์เซน่อลอาจจะพังยับเยินไปตั้งแต่ครึ่งแรกแล้วก็ได้ และคงไม่ได้มาแก้เกมในครึ่งเวลาหลังอย่างแน่นอน โดยเกมในวันนั้นที่จัดแข่งขันที่อวิว่า สเตเดี้ยมที่ประเทศไอร์แลนด์ นักเตะอาร์เซน่อลหลายคนทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเฮ็คตอร์ เบเญริน แบ็คขวาดีกรีอดีตทีมชาติสเปน ที่โดนเด็กดาวรุ่งของเชลซีอย่างคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ดาวรุ่งวัย 18 ปี กระชากหนีดื้อไปหลายครั้ง และเสียเหลี่ยมไปทำฟาวส์จนทำให้ทีมต้องเสียจุดโทษอีกด้วย ซึ่งถือว่าเล่นได้เสียราคาไปมากในเกมนั้น และอาจทำให้ตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงสั่นสะเทือนทันที เนื่องจากพวกเขายังมีสเตฟาน ลีชสไตเนอร์ แบ็คขวาตัวเก๋ากัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่หมดสัญญากับยูเวนตุสและย้ายมาร่วมทีมแล้วด้วย

สิ่งที่สำคัญในฤดูกาลนี้สำหรับแฟนๆ ของ “เดอะ กันเนอร์ส” คือต้องให้เวลาในการทำทีมกับอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนคนนี้มากๆ ซึ่งควรจะดูไปจนจบฤดูกาลเลยด้วยซ้ำ ว่าผลงานสุดท้ายของเขาจะพาทีมไปได้ถึงแค่ไหน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ในฤดูกาลถัดๆ ไป หากฤดูกาลนี้ยังทำผลงานได้ไม่ดี ซึ่งต้องเข้าใจด้วยว่าการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกตอนนี้นั้นสูงมาก และแต่ละทีมก็ยกระดับมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาทั้งนั้น แม้กระทั่งน้องใหม่อย่างฟูแล่ม ยังช็อปนักเตะเข้าสังกัดไปเกือบ 100 ล้านปอนด์แล้วด้วย ซึ่งทำให้คุณภาพของทีมนั้นเหลื่อมล้ำกันไม่มากเหมือนสมัยก่อนแล้ว และอาจจะชนะทีมเล็กๆ กันได้ยากขึ้นด้วย