ความอับโชคของออสปิน่า

   ดาวิด ออสปิน่า เป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมชาติโคลอมเบียมาตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ซึ่งทัวร์นาเม้นต์นั้นเขาก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว และช่วยให้ทีมชาติโคลอมเบียผ่านไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วย และทำให้เขาได้ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลหลังจากทัวร์นาเม้นต์น้นจบลง โดยทีม “ปืนใหญ่” ไปทำการซื้อมาจากนีซ ทีมในลีก เอิงของฝรั่งเศสด้วยค่าตัวเพียง 3 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งในช่วงฤดูกาลนั้นอาร์เซน่อลกำลังมีการเปลี่ยนแปลในตำแหน่งผู้รักษาประตูพอดี โดยพวกเขาขายลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ นายประตูทีมชาติโปแลนด์ออกไปให้กับสวอนซี วิตี้ คู่ปรับร่วมพรีเมียร์ลีก ทำให้เขามีโอกาสที่จะเป็นมือ 1 ของทีมเป้นอย่างมาก เพราะในทีมตอนนั้นเหลือแค่วอจเซียค เชสนี่ย์ นายประตูชาวโปแลนด์อีกคนเดียวเท่านั้น ซึ่งถือว่าเขาชื่อชั้นดีกว่าด้วยซ้ำ หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว แต่ว่าสุดท้ายอาร์เซน เวนเกอร์ก็เลือกที่จะให้เชสนี่ย์มีโอกาสได้ลงสนามเฝ้าเสาก่อน และกว่าที่ออสปิน่าจะได้ลงเล่นก็มาอยู่ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลแล้ว รวมถึงได้โอกาสลงสนามในเกมบอลถ้วยต่างๆ ด้วย

หลังจบฤดูกาลนั้นความหวังที่เขาจะได้เป็นมือ 1 ในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมมีเต็มเปี่ยมทันที เมื่ออาร์เซน่อลตัดสินใจปล่อยวอจเซียค เชสนี่ย์ ไปให้กับโรม่า ทีมในอิตาลียืมตัวไปใช้งาน ซึ่งออสปิน่าคงจะได้เป็นมือ 1 ของทีมแน่ๆ แต่โชคชะตาก็ไม่เป็นใจ เมื่ออาร์เซน เวนเกอร์ยังไม่เชื่อมือเขา และไปดึงปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูจอมหนึบมาจากเชลซีแทน ซึ่งตอนนั้นนายประตูทีมชาติสาธารณะรัฐเช็กต้องเสียมือ 1 ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ไปให้กับธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายประตูหนุ่มชาวเบลเยี่ยมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คราวนี้ออสปิน่าต้องตกเป็นตัวสำรองแบบถาวรเลยทีเดียว และได้มีโอกาสลงสนามเพียง 12 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกมบอลถ้วยด้วย และมันก็เป็นแบบนี้มาตลอด 3 ฤดูกาลหลังจากที่ปีเตอร์ เช็กมาร่วมทีม ซึ่งฤดูกาลนี้มีแบรนด์ เลโน่ เข้ามาเสริมทีมอีกคน ทำให้โอกาสลงสนามของเขาแทบหมดไปทันที ทำให้ดาวิด ออสปิน่าในวัย 29 ปีตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมนาโปลีในสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้ทันที ซึ่งก็ต้องไปเป็นมือ 2 กับทีมที่อิตาลีอีกด้วย เนื่องจากนาโปลีก็ซื้อประตูคนใหม่เข้ามาร่วมทีมเช่นกัน โดยถือว่าเป็นอาภัพของออสปิน่าเลยก็ว่าได้ กับการที่ไปอยู่ทีมไหนก็เป็นได้เพียงแค่มือ 2 เท่านั้น